ก่อนขยายธุรกิจเป็นแฟรนไชส์ เจ้าของกิจการควรมีระบบที่ชัดเจน โครงสร้างต้นทุนครบ และแผนควบคุมมาตรฐาน มิฉะนั้นมีโอกาสล้มเหลวสูง บทความนี้สรุป 5 เหตุผลที่แฟรนไชส์ในไทยล้มเหลว และแนวทางป้องกันแบบมืออาชีพ
5 เหตุผลที่ธุรกิจล้มเหลวตอนขยายเป็นแฟรนไชส์ (และวิธีป้องกันก่อนเสียเงินหลักล้าน)
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ธุรกิจในประเทศไทยจำนวนมาก โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ และหัวเมืองใหญ่ ตัดสินใจขยายกิจการด้วยโมเดลแฟรนไชส์ เพราะมองว่าเป็นทางลัดในการเติบโต แต่ความจริงคือ ธุรกิจแฟรนไชส์จำนวนไม่น้อยต้องหยุดกลางทาง ขาดทุน หรือเสียชื่อเสียง เพราะวางระบบไม่ถูกต้องตั้งแต่ต้น
บทความนี้จะพาคุณวิเคราะห์ 5 เหตุผลหลักที่ทำให้ธุรกิจล้มเหลวเมื่อขยายเป็นแฟรนไชส์ พร้อมแนวทางแก้ไขแบบมืออาชีพ เพื่อให้คุณไม่ต้องเสียเงินหลักแสนหรือหลักล้านไปโดยไม่จำเป็น
เหตุผลที่ 1: ยังไม่มี “ระบบ” แต่รีบขายแฟรนไชส์
ปัญหาที่พบบ่อยที่สุดในประเทศไทย คือเจ้าของธุรกิจที่ประสบความสำเร็จจากสาขาแรก แล้วรีบเปิดขายแฟรนไชส์ทันที โดยยังไม่มีคู่มือปฏิบัติงาน (SOP) ไม่มีมาตรฐานควบคุมคุณภาพ และไม่มีโครงสร้างสนับสนุนแฟรนไชส์ซี
ผลลัพธ์คือ แต่ละสาขาทำงานไม่เหมือนกัน คุณภาพสินค้าแตกต่างกัน ลูกค้าไม่มั่นใจ แบรนด์เสียหาย
แนวทางป้องกัน
- • จัดทำคู่มือปฏิบัติงานครบทุกขั้นตอน
- • กำหนดมาตรฐานวัตถุดิบและซัพพลายเชน
- • สร้างระบบฝึกอบรมก่อนเปิดสาขา
เหตุผลที่ 2: คำนวณต้นทุนแฟรนไชส์ผิดพลาด
หลายธุรกิจในกรุงเทพฯ และจังหวัดท่องเที่ยว มักตั้งราคาแฟรนไชส์โดยดูจากตลาดคร่าว ๆ แต่ไม่ได้คำนวณต้นทุนจริง เช่น ค่าพัฒนาระบบ ค่าที่ปรึกษา ค่าอบรม ค่าการตลาดส่วนกลาง และค่าใช้จ่ายในการดูแลแฟรนไชส์ซี
เมื่อเปิดขายไปแล้วกลับพบว่าเงินที่เก็บจาก Franchise Fee ไม่พอครอบคลุมค่าใช้จ่ายจริง ทำให้ระบบขาดสภาพคล่อง
แนะนำให้อ่านต่อ: ค่าใช้จ่ายทำระบบแฟรนไชส์ทั้งหมด ต้องเตรียมงบเท่าไหร่
เหตุผลที่ 3: ไม่มีทีมซัพพอร์ตแฟรนไชส์ซี
ธุรกิจแฟรนไชส์ไม่ใช่แค่การขายสิทธิ์ แต่คือการดูแลเครือข่าย หากไม่มีทีมดูแลแฟรนไชส์ซี เช่น ทีมตรวจมาตรฐาน ทีมการตลาด หรือทีมให้คำปรึกษา สาขาจะค่อย ๆ มีปัญหาและหยุดดำเนินการ
ในหลายกรณี แฟรนไชส์ซีที่ผิดหวังจะส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ทั้งแบรนด์
เหตุผลที่ 4: เลือกแฟรนไชส์ซีผิด
เจ้าของธุรกิจจำนวนมากมุ่งเน้นปิดการขาย โดยไม่คัดกรองผู้ลงทุน ทำให้ได้แฟรนไชส์ซีที่ไม่มีความเข้าใจธุรกิจ ไม่มีวินัย หรือไม่มีเงินทุนหมุนเวียนเพียงพอ
ผลลัพธ์คือสาขาปิดตัวเร็ว และกระทบความเชื่อมั่นของตลาด
แนวทางป้องกัน
- • กำหนดคุณสมบัติผู้ลงทุนที่ชัดเจน
- • มีขั้นตอนสัมภาษณ์และประเมิน
- • ตรวจสอบศักยภาพทางการเงินก่อนอนุมัติ
เหตุผลที่ 5: ไม่มีแผนขยายระยะยาว
แฟรนไชส์ที่เติบโตอย่างยั่งยืนในประเทศไทย มักมีแผน 3–5 ปีชัดเจน ทั้งในด้านพื้นที่เป้าหมาย การกระจายสาขา และงบประมาณการตลาดส่วนกลาง
หากขยายแบบไม่มีแผน อาจเกิดปัญหาทับซ้อนพื้นที่ หรือแข่งขันกันเองภายในเครือข่าย
สรุป: ก่อนทำแฟรนไชส์ ต้องประเมินระบบและงบประมาณให้ครบ
การขยายธุรกิจเป็นแฟรนไชส์ในกรุงเทพฯ หรือทั่วประเทศไทย สามารถสร้างการเติบโตแบบก้าวกระโดดได้ หากมีระบบรองรับที่ถูกต้อง แต่หากขาดการวางแผน โอกาสล้มเหลวก็สูงเช่นกัน
หากคุณกำลังพิจารณาขยายธุรกิจเป็นแฟรนไชส์ ควรเริ่มจากการประเมินต้นทุนจริง โครงสร้างระบบ และความพร้อมของทีมงานอย่างรอบคอบ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
งบประมาณในการพัฒนาระบบแฟรนไชส์ในประเทศไทยแตกต่างกันตามขนาดและความซับซ้อนของธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจที่ตั้งอยู่ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ซึ่งมีต้นทุนแรงงาน ค่าเช่า และค่าดำเนินการสูงกว่าต่างจังหวัด งบประมาณในการวางระบบแฟรนไชส์โดยทั่วไปเริ่มตั้งแต่หลักแสนบาทสำหรับธุรกิจขนาดเล็ก ไปจนถึงหลักล้านบาทสำหรับธุรกิจที่ต้องการมาตรฐานระดับประเทศ
สำหรับธุรกิจในจังหวัดท่องเที่ยว เช่น ภูเก็ต เชียงใหม่ พัทยา หรือหัวเมืองเศรษฐกิจในภาคอีสานอย่างขอนแก่น อุดรธานี การวางแผนต้นทุนแฟรนไชส์ควรคำนึงถึงกำลังซื้อในพื้นที่ และระบบซัพพลายเชนที่รองรับการขยายสาขาทั่วประเทศไทย
ธุรกิจในกรุงเทพมหานครมีศักยภาพสูงในการพัฒนาเป็นแฟรนไชส์ เพราะเป็นตลาดที่มีการแข่งขันสูงและมีฐานลูกค้าหลากหลาย หากธุรกิจสามารถยืนระยะและทำกำไรได้ในกรุงเทพฯ แสดงว่ามีศักยภาพในการขยายไปยังจังหวัดอื่นทั่วประเทศไทย
หลายแบรนด์แฟรนไชส์ในไทยเลือกใช้สาขาในกรุงเทพฯ เป็น “สาขาต้นแบบ” ก่อนขยายไปยังภาคเหนือ ภาคใต้ หรือภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและมาตรฐานกลาง
การขยายแฟรนไชส์ไปต่างจังหวัด เช่น เชียงใหม่ นครราชสีมา สงขลา หรืออุบลราชธานี ต้องวิเคราะห์โครงสร้างต้นทุนและพฤติกรรมผู้บริโภคในแต่ละพื้นที่ ซึ่งแตกต่างจากกรุงเทพมหานคร ทั้งในด้านราคาสินค้า ค่าเช่าพื้นที่ และกำลังซื้อ
นอกจากนี้ การบริหารซัพพลายเชนและการกระจายสินค้าไปยังภูมิภาคต่าง ๆ ของประเทศไทยต้องมีระบบโลจิสติกส์ที่ชัดเจน เพื่อรักษามาตรฐานคุณภาพให้เท่ากันทุกสาขา
ปัจจุบันประเทศไทยยังไม่มีระบบจดทะเบียนแฟรนไชส์เฉพาะทาง แต่ธุรกิจที่ต้องการขยายเป็นแฟรนไชส์ควรมีสัญญาแฟรนไชส์ที่ถูกต้องตามกฎหมายไทย และควรจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า (Trademark) กับกรมทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อป้องกันปัญหาการละเมิดสิทธิในอนาคต โดยเฉพาะเมื่อต้องขยายสาขาทั่วประเทศ
เจ้าของธุรกิจในกรุงเทพฯ และจังหวัดใหญ่หลายรายเลือกใช้ที่ปรึกษาแฟรนไชส์ เพื่อช่วยวางโครงสร้างระบบ มาตรฐาน SOP และโครงสร้างค่าธรรมเนียมให้เหมาะสมกับตลาดประเทศไทย หากไม่มีประสบการณ์ด้านการพัฒนาแฟรนไชส์ การทำเองอาจเสี่ยงต่อการตั้งราคาผิด วางระบบไม่ครบ หรือเกิดปัญหาภายหลังเมื่อขยายสาขาไปยังต่างจังหวัด
ธุรกิจขนาดเล็กในประเทศไทย ไม่ว่าจะอยู่ในกรุงเทพฯ หรือจังหวัดรอง สามารถพัฒนาเป็นแฟรนไชส์ได้ หากมีระบบการทำงานที่ถ่ายทอดได้ชัดเจน มีต้นทุนควบคุมได้ และมีโมเดลกำไรที่พิสูจน์แล้วอย่างน้อย 1–2 ปี การมีสาขาต้นแบบที่ทำกำไรได้จริงจะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือเมื่อเปิดขายแฟรนไชส์ในตลาดไทย
ตลาดแฟรนไชส์ในประเทศไทยยังมีแนวโน้มเติบโต โดยเฉพาะในกลุ่มอาหาร เครื่องดื่ม การศึกษา และบริการเฉพาะทาง การขยายตัวของเมืองรองและศูนย์การค้าในภูมิภาค เช่น ภาคตะวันออกและภาคอีสาน ช่วยสนับสนุนโอกาสในการขยายแฟรนไชส์ทั่วประเทศ
โดยทั่วไป ธุรกิจในประเทศไทยควรสร้างความแข็งแรงของแบรนด์ในกรุงเทพมหานครหรือจังหวัดหลักก่อน เพื่อสร้างภาพลักษณ์และความเชื่อมั่น จากนั้นจึงวางแผนขยายไปยังภูมิภาคต่าง ๆ ตามลำดับ โดยกำหนดเขตพื้นที่ (Territory) ชัดเจนเพื่อป้องกันการทับซ้อนตลาด
ทีม AREA59
ที่ปรึกษาแฟรนไชส์ครบวงจร
ผู้เชี่ยวชาญจากทีม AREA59 ที่ปรึกษาธุรกิจแฟรนไชส์และผู้พัฒนา Digital Platform ครบวงจร ประสบการณ์จริงกว่า 200+ สาขาทั่วประเทศ
บทความที่เกี่ยวข้อง
ค่าใช้จ่ายการทำแฟรนไชส์ทั้งหมด ปี 2026 ต้องใช้งบเท่าไหร่? (สรุปครบทุกขั้นตอน)
ค่าใช้จ่ายการทำแฟรนไชส์มีอะไรบ้าง? บทความนี้สรุปงบประมาณตั้งแต่การวางระบบ Franchise Model, การเขียน SOP, กฎหมาย, Training ไปจนถึงการทำคู่มือแฟรนไชส์แบบครบทุกขั้นตอน เพื่อให้คุณวางงบได้ถูกต้องก่อนขยายธุรกิจ
Franchise Systemเทคนิคปิดการขายหลักล้านแบบไม่ต้องเจอหน้า (สำหรับธุรกิจแฟรนไชส์)
เรียนรู้เทคนิคปิดการขายหลักล้านแบบไม่ต้องเจอหน้าลูกค้า เหมาะสำหรับธุรกิจแฟรนไชส์และบริการมูลค่าสูง พร้อมขั้นตอนตั้งแต่คัดกรองลูกค้า นำเสนอคุณค่า ไปจนถึงการปิดดีลออนไลน์